2007/Jun/02

ไหนๆผมก็เข้ามาที่นี่แล้ว

หลังจากไม่ได้เข้ามานานมากกกกกกกกกกกกก

เป็นลางดีนะครับที่ไม่ได้เข้ามา

เพราะแสดงว่าผมยังไหวอยู่

หรือไม่ก็แปลได้ว่า ผมชินชา ไปแล้ว

แต่วันนี้เข้ามา

ก็คือวันนี่ที่ผมเครียดนี่แหละ

บางทีผมเข้ามาแปะ ผมไม่กล้าอ่าน อยากให้มันผ่านไป

ไม่อยากรับรู้อีก

แต่ได้ระบาย

ผมกัวว่าถ้าผมจับจดมันจะทุกข์จนเกินรับได้

เคยมั้ย ความจริงก็คือความจริง

คุณไม่มีวันหนีมันพ้น

สักวันนึง มันก้ต้องเจอจนได้

ความจริงที่เราทุกคนในบ้านแกล้งทำเป็นลืม

แต่ก็เป็นอะไรที่จิตใต้สำนึกรู้กันอยู่ลึกๆ

อยากจะคิดว่ามันไม่เป็นความจริง

แต่มันก็ใกล้มาถึงแล้วมั้ง

วันที่เราต้องยอมรับให้ได้ซักทีว่า บ้านนี้ไม่ใช่บ้านของเรา

วันนี้เทศบาลมาที่บ้านเพื่อถามข้อมูลผู้อยู่อาศัย

โฉนดที่ดินเป็นชื่อใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่คนในตรอบครัวของเรา

แต่ชื่อผู้อยู่อาศัยต้องเป็นชื่อเราช่ายมั้ย

แล้วเมื่อไหร่ เค้าจะมาไล่เราออกไปจากที่ดินของเค้า ก้ไม่รู้

20กว่าปีแล้วที่ผมและครอบครัวอยู่ที่นี่

ตั้งแต่ประถมยันทำงาน

บ้านหลังใหญ่ที่ผมเข้าใจมาตลอดว่ามันเป็ของพ่อ

แต่ไม่รู้ช่วงไหนของชีวิตกันแน่

ที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

ผมรู้อีกที ชื่อเจ้าของก็ม่ายช่ายของแม่อีกต่อไปแล้ว

ไม่รุ้เกดิมาได้ยังไง

ผลจากการผิดพลาดหรือการมองอนาคตที่ผิดพลาดของผู้นำครอบครัว

หรือจุดไหนก็ไม่ทราบ

ที่ทำให้เราต้องทุกข์อยู่อย่างงี้

ผมทำไม่รุ้ไม่ชี้มาตลอด20ก่าปี

จนวันนึงที่เจ้าของที่มาที่บ้าน

พ่อกับแม่ก็ร้องไห้

เค้าคือเพื่อนร่วมธุรกิจอะไรของพ่อสักอย่าง

ผมไม่รุ้ว่าเรือ่งเกดิดเป็นยังงี้ได้ยังไง

และมันก็ทำร้ายจิตใจแม่เกินไปที่จะไปรื้อฟื้นเรือ่งเก่า

มาทำให้พ่อและแม่ต้องทุกข์

ตอนนี้พ่อก็เป็นภาระที่หนักอึ้งอยู่แล้ว

แม่ก็อ่อนแอ่เกินกว่าจะมานำอะไรได้

ลำพังผมหาเงินเลี้ยงปากท้อง ค่าครองชีพของน้องสาวที่ต้องเรียนอีกสองคน

มันก็ดิ้นรนจะตายอยู่แล้ว

ผมไม่อยากทนอยู่ในสภาพกลัวอยู่ยังงี้เลย

กลัวว่าวันนั้นเมือ่ไหร่มันจะมาถึง

วันที่เราต้องย้ายออกไป

ย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รุ้

แล้วพ่อจะอยู่ได้มั้ย

แล้วน้องๆจะทำยังไง

แล้วใครจะให้ผมซื้อบ้านของเค้า

มันเกินกว่าความสามารถที่ผมจะรับได้แล้ว

ทำไมผมไม่มีเงินเดือนเยอะๆนะ จะได้กู้ซื้อบ้านดีดีให้ครอบครัวซักหลัง

ทาวเฮาส์มือสองที่ไหนไกล้บ้านเดิมนี่ก็ได้

ที่มีขนาดพอให้พ่อแม่พี่ ผม น้องอีกสองคนอยุ่กันได้ไม่อึดอัดมากกก

และไม่ทำร้ายจิตใจทุกคนไปมากกว่านี้

น้องผมกำลังเรียนผมไม่อยากให้เค้าต้องทนรับสภาพความจริงนี้เลย

ผมอยากให้เค้าเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่คิดแต่เรื่องสอบมหาลัยแล้วก็เพื่อนๆ

การต้องย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รุ้เป็นเรือ่งที่เกินเด้กผุ้หยิงจะรับไหว

ผมจะหาทางออกยังไงดี

ผมพยามหาเงินให้ได้มากที่สุดแล้ว

แต่แค่กินมันยังยากเลย

แค่ดูแลพ่อให้ไม่อาละวาดก็ยากที่สุดอีก

ผมเหนือ่ยจิงๆ

ขอให้วันนั้นมาถึงเมื่อวันที่ผมประสบความสำเร็จแล้วด้วยเถิด

ผมทนเห็นน้ำตาของคนในครอบครัวไม่ได้อีกแล้ว

2007/Jun/02

มหกรรมหนี้

เช้าวันนี้ เป็นวันหยุด

แต่ไม่เคยได้หยุด

ตื่นเช้าทำงานที่ไปบากหน้าขอมาทำ ยังไม่รู้ว่าจะได้ทำรึป่าว ต้องเสนอแข่งกะเจ้าเดิม

ยอมทุกอย่าง

ยอมเหนื่อยทุกอย่าง

ทำให้ใหม่กว่า สวยกว่า ดีกว่า เหนื่อยกว่า ในราคาที่ต้องถูกกว่าเจ้าเดิม

เสนอแล้วเสนออีก

กี่เจ้าแล้วนะที่ผมเข้าไปเสนอตัวยังงี้ ได้บ้างไม่ได้บ้าง

เหนื่อยมากกับการทุ่มหนักขนาดนี้

เพื่อใครก็เพื่อ6ชีวิตในครอบครัวของผมนี่แหละ

แต่แล้วโทรศัพท์จากเพื่อนแม่ก็ดังขึ้น

ผมก็นึกว่าโทรมาถามสารทุกสุขดิบต่างๆ

แต่แล้วก็จับใจความได้ว่า

บ้านเราติดหนี้ครอบครัวนีี้อีกเท่าไหร่ก็ไม่รุ้

คาดว่าคงเป็นค่าค้ำประกันที่พ่อซื้อรถไว้ตั้งแต่สมัยผมอยู่มอ1

คิดว่าผ่อนจะหมดแล้วเหลืออีกไม่กี่หมื่นนี่แหละ

แต่ด้วยความเป็นคนไร้ประสิทธิภาพซึ่งการจัดการการเงินของพ่อผม

บ้านเราไม่สามารถปิดบัญชีรดคันนี้ได้ ร่วมเวลาเลยเถิด

ขึ้นโรงขึ้นศาล ประเมิณราคาของในบ้านมาต่อเนื่องกว่า10ปีแล้ว

หนี้ก้อนนี้ยังไม่หมดอีกหรอ

คำถามแม่งก็เกิดขึ้นในใจผมครั้งแล้วครั้งเล่าทุกครั้งที่ได้ยินโทรศัพท์รายใหม่ๆมาทวง

เช้าวันที่ผมเหนือ่ยที่สุด

เช้าวันที่ผมต้องคิดทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงิน

เพื่อหาเงินให้ทันฤดูเรียนพิเศษเตรียมเอ็นของน้องคนเล้ก

ผมหมดกำลังใจทุกอย่างเมื่อแม่เสนอขายตู้โชว์ตู้ใหญ่ที่อยู่ในบ้านให้แก่เพื่อนแม่คนนั้น

เป็นค่าใช้หนี้ทั้งหมด ผมเดาๆว่าคง3-4หมื่นนี่แหละ

ผมงงว่าไอ้ตู้เกะกะบ้านอันนี้ของผมมันทำมาจากไม้สักฉลุลายไม่มีส่วนต่อ

ซึ่งทำให้มีมูลค่าขนาดใช้หนี้ได้เลยหรอ

และที่งงต่อมา นี่เราลำบากมากจนต้องขายเฟอร์นิเจอร์อันน้อยนิดของเรากินแล้วหรอ

และทึ่งสุดท้ายยยยยยยยย

บ้านเรามีหนี้เท่าไหร่กันแน่กี่เจ้ากันแน่

กี่ปีและอีกนานเท่าไหร่ที่ผมจะทยอยใช้หมดกันแน่

ตั้งแต่ที่ผมรู้เรือ่งในบ้าน

ก็เมื่อเริ่มที่ตอนพ่อไม่สบายแล้วผมต้องมาดูแลทุกอย่างในบ้าน

ปกติพ่อก็ไม่เคยดูแลไรอยุ่แล้ว

แค่รำพังจัดการกะปากท้องกะการไปโรงเรียนของน้องๆ

การดูแลสุขภาพพ่อแม่ที่ป่วยออดแอดทุกวัน

และการต่อสู้ชีวิตผมกะการทำงานสังคมของผม

ก็ร้องไห้ตายไม่รู้กี่ตลบแล้ว

ยังต้องมาเผชิญรับปัญหาหนี้สิน

จากการใช้จ่ายที่เละเทะของพ่ออีกขนาดนี้กันหรอ

ค่าเครดิตการ์ดแม่ 3 ใบแสนกว่าบาท

ค่าโทรศัพท์2 เบอร์ที่ติดไว้เมื่อชาติที่แล้วแล้วยังไม่จ่ายหมื่นกว่าบาท

ค่าหนี้ธุรกิจอะไรของพ่อไม่ณุ้อีก4แสนห้า

กว่า3ปีแล้วที่ผมทะยอยบัตรเครดิดการ์ดแม่กว่าจะหมด

เดือนละพันสองพัน

เพราะผมไม่อยากให้แม่เครียดมากกก

เวลาจดหมายพวกนั้นมาที่บ้าน

ผมก็ทยอยใช้มาตลอด รวมน้ำไฟ โทรศัพท์ ของของอุปโภคบริโภค

เหล่านี้ผมก็ไม่มีปัญญาเข้าร้านอาหารแราคาแพงกะกลุ่มเพื่อนอยู่แล้ว

วันนี้ผมยังได้รุ้อีกหรอว่าหนี้รถคันัน้นมันยังไม่หมดอีกหรอ

รถที่ถูกยึดหายไปนานมากตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ณุ้

ทุกวันนี้อยุ่ไหนก็ไม่รุ้

แล้วมทำไมมีค่าอะไรอีก

ผมไม่เห็นรถเลย

ทำไมต้องมีไรจ่ายอีก

มันอยู่ทีไ่หน

คำถามเต็มหัวไปหมด

แต่ผมว่ามันคงเน่าไปนานๆๆๆๆๆแล้ว

จนผมไม่อยากจะเสียเวลาทำมาหากินไปสนใจเรือ่งพวกนั้นหรอก

พ่อแม่ซ้อนหนี้ไว้ให้ผมอีกเท่าไหร่กันแน่นอกจากหนี้ค่าะุกิจไรของพ่อ

ที่เน่าเละมากว่า 12 ล้าน

ที่ทำให้เราจะไม่มีบ้านอยู่กันอยู่แล้ว

ยังมีอะรไอีกหรอ

จะมีโทรศัพท์อีกกี่สายกันแน่

ที่เข้ามา

ให้ผมได้รู้ว่า

ครอบครัวเรา

มีหนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่

รับโทรศัพท์แต่ละที กัวทุกครั้ง

กัวว่าจะเป็นเจ้าหนี้จากที่ไหนมาอีก

แม่ไม่เคยบอกคงเป็นเพราะกัวผมเครียด

แต่ก็จิงของแม่ลูก ที่อยู่กันมากว่า24ปี

ผมเครียดจิงๆครับแม่

เครียดมากที่เห็นแม่เครียด

แม่ก็เครียดที่เห็นผมเครียด

ผมไม่พอใจที่พ่อแม่ซ่อนหนี้ไว้อีกเท่าไหร่

แต่ผมจะไม่ว่าไรแม่อีกแล้ว

เพราะหลังจากคราวนั้นวันที่องการโทศัพท์โทรมาทางตังค์ที่ค้างไว้กว่าหมือ่นบาท

จากเบอร์ดคตรเก่าของที่บ้านครั้งนั้น

แล้วผมก็ไปว่าแม่ว่าหนี้ตั้งแต่ผมอยู่มอต้นแม่ไม่คิดจะเคลียณืบ้างเลยหรอ